หากคุณเดินเข้าไปในร้านค้า แล้วสายตาของคุณสะดุดกับผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งบนชั้นวาง อะไรคือสิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจของคุณ? ใช่แล้ว “ฉลากสินค้า” นั่นเอง เพราะฉลากสินค้าไม่ได้เป็นแค่กระดาษหรือสติกเกอร์เล็ก ๆ ที่แปะอยู่บนบรรจุภัณฑ์ แต่มันคือ “การสื่อสารของแบรนด์” ที่พูดกับคุณโดยตรง บอกเล่าถึงตัวตนของสินค้า ส่วนประกอบสำคัญ วิธีการใช้งาน หรือแม้กระทั่งเรื่องราวของแบรนด์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
การออกแบบฉลากสินค้าต้องทำมากกว่าการให้ข้อมูล แต่ยังต้องสร้างความรู้สึกเชื่อมั่น ดึงดูดใจ และทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ ซึ่งฉลากสินค้าที่ดีต้องสื่อสารได้ครบถ้วน เข้าใจง่าย และเหมาะสมกับตัวผลิตภัณฑ์ จะช่วยให้สินค้าของคุณโดดเด่นท่ามกลางคู่แข่ง และที่สำคัญที่สุด มันจะทำให้ลูกค้ารู้สึก “เชื่อมโยง” กับแบรนด์ของคุณมากขึ้น และในบทความนี้ Sticker to You จะพาไปเจาะลึกเกี่ยวกับข้อมูลที่ต้องระบุบนฉลากสินค้าว่าต้องมีอะไรบ้าง
ฉลากสินค้า คืออะไร?
ฉลากสินค้า คือ สื่อที่ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์เพื่อสื่อสารข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสินค้านั้น ๆ ไปยังลูกค้า เช่น วันเดือนปีที่ผลิต ส่วนประกอบสำคัญ หรือวิธีการใช้งาน โดยทำหน้าที่เหมือน “หน้าต่าง” ที่เปิดให้ลูกค้าเห็นถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และประโยชน์ของสินค้า รวมถึงเป็นการสร้างความแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ในตลาด ป้ายฉลากที่ออกแบบมาอย่างดีจะสามารถดึงดูดความสนใจและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าได้ทันทีที่ลูกค้าเห็น

ฉลากสินค้า มีกี่แบบ?
เมื่อพูดถึงวัสดุที่ใช้ในการผลิตฉลากสินค้า สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก โดยแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและความเหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการควรพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้า
- ฉลากสินค้า แบบขาวด้าน: เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการความหรูหรา มีความเรียบง่ายแต่ดูมีมูลค่า ราคาประหยัดกว่าแบบอื่น แต่มีข้อจำกัด คือ สามารถกันน้ำได้เพียง 40% จึงไม่เหมาะกับสินค้าที่ต้องสัมผัสความชื้นหรือน้ำโดยตรง ฉลากบรรจุภัณฑ์แบบนี้มักใช้กับสินค้าที่เก็บในที่แห้ง
- ฉลากสินค้า แบบขาวมัน: มีความคล้ายกับแบบขาวด้านแต่มีความเงาวาวมากกว่า ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวสินค้า ทำให้สีสันของรูปภาพบนฉลากสดใสมากขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องการป้องกันน้ำ หากสัมผัสน้ำมากเกินไปอาจทำให้สติกเกอร์ป้ายฉลากหลุดลอกได้ง่าย
- ฉลากสินค้า สติกเกอร์พีพี: มีหลายรูปแบบทั้งแบบขาวขุ่น แบบใส และแบบด้าน สามารถกันน้ำได้ 100% เหมาะกับสินค้าที่ต้องสัมผัสกับน้ำ ให้งานพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงด้วยความละเอียดถึง 2400 x 4800 dpi ทำให้รายละเอียดผลิตภัณฑ์ คือ สิ่งที่ปรากฏชัดเจนและสวยงาม เนื้อสติกเกอร์เรียบเนียนแนบไปกับบรรจุภัณฑ์
- ฉลากสินค้า สติกเกอร์ PVC: มีความทนทานสูง กันน้ำ 100% เนื้อสติกเกอร์เหนียว ฉีกขาดยาก กาวยึดเกาะพื้นผิวได้ดี ทนความร้อนได้ 40 – 60 องศาเซลเซียส เหมาะกับสินค้าที่ต้องทนทั้งความร้อนและความชื้น เช่น การใช้สติกเกอร์ PVC สำหรับฉลากติดขวดน้ำ แต่มีข้อเสีย คือ หากรายละเอียดตัวอักษรมีขนาดเล็กเกินไป อาจทำให้ความคมชัดลดลงได้
ความสำคัญของฉลากสินค้า

ฉลากสินค้ามีบทบาทสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจ ไม่เพียงแต่เป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ โดยป้ายฉลากที่ออกแบบมาอย่างดี สามารถสื่อสารคุณค่าของแบรนด์และสร้างความประทับใจแรกที่ดีให้กับลูกค้า แล้วบรรจุภัณฑ์ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร? ส่วนหนึ่งต้องพิจารณาจากฉลากบรรจุภัณฑ์ที่สามารถสื่อสารข้อมูลได้อย่างครบถ้วนและชัดเจน โดยฉลากสินค้ามีความสำคัญดังนี้
1. อ่านง่าย และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง
ฉลากสินค้าที่มีประสิทธิภาพควรออกแบบให้อ่านง่ายและเข้าใจได้ในเวลาอันรวดเร็ว ใช้ตัวอักษรที่มีความชัดเจน ขนาดเหมาะสม และจัดวางองค์ประกอบอย่างเป็นระเบียบ ไม่รกตา รายละเอียดผลิตภัณฑ์ คือ สิ่งที่ต้องนำเสนออย่างตรงไปตรงมา หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาที่ซับซ้อนหรือมีความหมายกำกวม ซึ่งป้ายฉลากที่ดีจะต้องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือการเข้าใจผิดเกี่ยวกับสินค้า
2. มีข้อมูลครบถ้วน และรายละเอียดที่สำคัญ
แบบฉลากสินค้าที่สมบูรณ์ ควรมีข้อมูลสำคัญครบถ้วน ประกอบด้วย ชื่อสินค้า ส่วนประกอบหรือวัตถุดิบ ปริมาณสุทธิ วันที่ผลิตและวันหมดอายุ ข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า วิธีใช้งาน ข้อควรระวัง และรหัสบาร์โค้ด การให้ข้อมูลครบถ้วนไม่เพียงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ทำให้พวกเขาตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น ฉลากบรรจุภัณฑ์ที่ให้ข้อมูลครบถ้วนจะช่วยลดคำถามและข้อสงสัยจากลูกค้า
3. ดีไซน์ทันสมัย ดึงดูด และเหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
ฉลากสินค้าควรมีการออกแบบที่ทันสมัย แต่ไม่ล้าสมัยเร็วเกินไป การเลือกใช้องค์ประกอบกราฟิกที่มีความเป็นกลางและเหนือกาลเวลาจะช่วยให้ฉลากบรรจุภัณฑ์ของคุณดูดีได้นานโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนบ่อย ๆ สไตล์การออกแบบป้ายฉลากควรสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและประเภทของสินค้า เช่น สินค้าสำหรับคนรุ่นใหม่อาจใช้ดีไซน์ที่มีความสดใส ทันสมัย ขณะที่สินค้าพรีเมียมอาจเน้นความเรียบหรู ดูมีระดับ
4. สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ และสื่อถึงตัวตนของสินค้า
ฉลากสินค้าที่ดี ควรสะท้อนถึงตัวตนของแบรนด์และธรรมชาติของตัวสินค้า การเลือกใช้สี โทนสี รูปแบบกราฟิก และองค์ประกอบต่าง ๆ ควรมีความเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ เช่น ฉลากบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก อาจใช้โทนสีเขียวและองค์ประกอบจากธรรมชาติ สินค้าสำหรับเด็กอาจใช้สีสันสดใสและตัวการ์ตูนน่ารัก การออกแบบป้ายฉลากที่สอดคล้องกับสินค้าจะช่วยเสริมภาพลักษณ์และเพิ่มคุณค่าให้กับตัวผลิตภัณฑ์
5. ฉลากสินค้ามีมาตรฐานเดียวกันในทุกชิ้นและทุกล็อตการผลิต
ความสม่ำเสมอในการผลิตฉลากสินค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สะท้อนถึงมาตรฐานคุณภาพของแบรนด์ ฉลากบรรจุภัณฑ์ทุกชิ้นควรมีความเหมือนกันในด้านสี ความคมชัด และการจัดวางองค์ประกอบ ไม่มีความคลาดเคลื่อนหรือข้อผิดพลาด แบบฉลากสินค้าที่มีความสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจว่ากำลังได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเดียวกันในทุกครั้งที่ซื้อ
6. ใช้วัสดุคุณภาพสูง สีสันคมชัด และเพิ่มความโดดเด่นให้สินค้า
คุณภาพของการพิมพ์และวัสดุที่ใช้ในการผลิตฉลากสินค้ามีผลโดยตรงต่อความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อสินค้า ป้ายฉลากควรพิมพ์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้ภาพที่คมชัด สีสันสดใส และไม่ซีดจางง่าย วัสดุที่ใช้ควรมีความทนทาน เหมาะสมกับสภาพการใช้งานของสินค้า เช่น สินค้าที่ต้องสัมผัสกับน้ำควรใช้ฉลากบรรจุภัณฑ์ที่กันน้ำได้ การลงทุนกับคุณภาพการพิมพ์ฉลากสินค้าเป็นการลงทุนกับภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยตรง
ประเภทของฉลากสินค้ามีอะไรบ้าง?
นอกจากประเภทของฉลากสินค้าตามวัสดุที่ใช้แล้ว ยังสามารถแบ่งประเภทตามวัตถุประสงค์การใช้งานได้อีกด้วย แต่ละประเภทมีหน้าที่และความสำคัญแตกต่างกันออกไป การเลือกใช้ให้เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารกับลูกค้าดังนี้
- ฉลากหลัก (Primary Label): เป็นฉลากที่ติดอยู่ด้านหน้าของผลิตภัณฑ์ ทำหน้าที่เป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าเห็นและสัมผัส มักแสดงชื่อแบรนด์ ชื่อสินค้า และภาพที่ดึงดูดความสนใจ โดยป้ายฉลากประเภทนี้ มีบทบาทสำคัญในการสร้างการจดจำแบรนด์และดึงดูดให้ลูกค้าหยิบสินค้าขึ้นมาพิจารณา ฉลากบรรจุภัณฑ์หลักควรมีการออกแบบที่โดดเด่น สวยงาม และสื่อถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน
- ฉลากรอง (Secondary Label): มักติดอยู่ด้านหลังหรือด้านข้างของผลิตภัณฑ์ ทำหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า เช่น ส่วนประกอบ วิธีใช้ ข้อควรระวัง ป้ายฉลากประเภทนี้เน้นความชัดเจนและความครบถ้วนของข้อมูลมากกว่าความสวยงาม รายละเอียดผลิตภัณฑ์ คือ สิ่งสำคัญที่ต้องปรากฏบนฉลากรอง เพราะเป็นข้อมูลที่ลูกค้าใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อเมื่อพวกเขาสนใจสินค้าของคุณแล้ว
- ฉลากโปรโมชัน (Promotional Label): เป็นฉลากที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด อาจแสดงข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชัน ส่วนลด หรือแคมเปญพิเศษ เช่น “ซื้อ 1 แถม 1” หรือ “จำกัด 100 ชิ้นเท่านั้น” ฉลากบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้มักใช้สีสันที่โดดเด่น ดึงดูดสายตา และมีการออกแบบที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ป้ายฉลากโปรโมชันเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดขายในระยะสั้น
หากต้องการออกแบบฉลากสินค้า ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ Sticker to You ยินดีให้บริการ!
ฉลากสินค้าของคุณไม่ใช่แค่กระดาษชิ้นหนึ่ง แต่มันคือภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่บอกเล่าเรื่องราว สร้างความน่าเชื่อถือ และดึงดูดลูกค้าให้หลงรักในสินค้าและตัวตนของคุณ Sticker to You เข้าใจถึงความสำคัญนี้ และพร้อมช่วยคุณสร้างฉลากที่ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังสะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนในทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็น
- บริการออกแบบฉลากสินค้าโดยทีมงานมืออาชีพ: Sticker to You เรามีบริการรับออกแบบสติกเกอร์สินค้า ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี ผลงานได้มาตรฐานระดับสากล
- เลือกวัสดุได้หลากหลายตามความเหมาะสมกับสินค้า: มีให้เลือกทั้งกระดาษ พลาสติก ฟิล์มใส วัสดุกันน้ำ และวัสดุพิเศษอื่น ๆ
- พิมพ์ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ให้งานคุณภาพสูง สีสันสดใส: ใช้เครื่องพิมพ์ดิจิทัลความละเอียดสูงไม่ซีดจางแม้ใช้งานนาน
- บริการปั๊มฟอยล์ ไดคัต และเทคนิคพิเศษอื่น ๆ: เพิ่มความโดดเด่นให้สินค้าด้วยเทคนิคพิเศษที่ทำให้แบรนด์คุณน่าจดจำ
- รองรับการผลิตทั้งจำนวนน้อยและจำนวนมาก: สามารถรองรับทุกธุรกิจได้ทุกขนาด และรองรับรับการเติบโตของธุรกิจของคุณในอนาคต
- ราคาเป็นมิตร: บริการคุ้มค่า พร้อมกับงานที่มีคุณค่าและคุณภาพ พร้อมบริการจัดส่งฟรีทั่วประเทศ
ไม่ว่าคุณจะต้องการออกแบบฉลากใหม่จากศูนย์ หรือผลิตตามแบบที่มีอยู่ เรามีทีมงานมืออาชีพและเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ทันสมัย พร้อมให้คุณได้ฉลากที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ มาร่วมสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้าของคุณ ติดต่อเราวันนี้ แล้วให้ Sticker to You เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันแบรนด์ของคุณให้ก้าวไปอีกขั้น!
สรุป
ฉลากสินค้าไม่ใช่แค่รายละเอียดเล็กๆ บนบรรจุภัณฑ์ แต่มันคือสิ่งแรกที่ลูกค้าเห็น และอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาหยิบสินค้าของคุณขึ้นมาดูหรือหากฉลากสินค้าของคุณไม่ได้น่าสนใจ ลูกค้าอาจจะเดินผ่านไป ดังนั้น การลงทุนกับการออกแบบและผลิตป้ายฉลากที่มีคุณภาพจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ฉลากบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างมืออาชีพจะช่วยสื่อสารคุณค่าของแบรนด์ สร้างความน่าเชื่อถือ สร้างความรู้สึก เชื่อมโยงกับลูกค้า และช่วยให้สินค้าของคุณโดดเด่นท่ามกลางตัวเลือกนับไม่ถ้วนในตลาดนั่นเอง
หากคุณต้องการฉลากสินค้าที่ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้แบรนด์ Sticker to You พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยเปลี่ยนไอเดียของคุณให้กลายเป็นฉลากที่ดึงดูดและสร้างความประทับใจ ติดต่อเราเพื่อให้เราช่วยคุณออกแบบฉลากที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ และทำให้สินค้าของคุณเป็นที่จดจำอย่างแท้จริง
คำถามที่พบบ่อย
ฉลากสินค้ามีอะไรบ้าง?
ฉลากสินค้าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ลูกค้าทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ ฉลากยังเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามเพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัยของลูกค้า โดยทั่วไปแล้ว ฉลากสินค้าจะประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้
- ชื่อสินค้า: เป็นสิ่งแรกที่ลูกค้ามองเห็นและช่วยในการจดจำผลิตภัณฑ์
- ส่วนประกอบสำคัญ: แสดงรายการวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ เรียงลำดับตามปริมาณจากมากไปน้อย
- ปริมาณสุทธิของสินค้า: ระบุน้ำหนักหรือปริมาตรรวมของผลิตภัณฑ์ รวมถึงสัดส่วนของส่วนผสมสำคัญ
- วันผลิตและวันหมดอายุ: บอกเวลาที่ผลิตและระยะเวลาที่ปลอดภัยในการใช้หรือบริโภคสินค้า
- ชื่อและที่อยู่ของบริษัทผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า: ข้อมูลติดต่อสำหรับผู้รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ในกรณีมีข้อสงสัยหรือปัญหา
- วิธีใช้: คำแนะนำในการใช้งานหรือเตรียมผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง
- ข้อควรระวังในการใช้งาน หรือการบริโภคสินค้า: คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและวิธีการใช้อย่างปลอดภัย
- รหัสบาร์โค้ดของสินค้า: รหัสเฉพาะสำหรับการระบุผลิตภัณฑ์ในระบบการจัดการสินค้าและการขาย
ฉลากสินค้าที่ถูกต้องควรระบุอะไรบ้าง?
ฉลากสินค้ามีความสำคัญต่อทั้งผู้ผลิตและลูกค้า เพราะเป็นทั้งเครื่องมือทางการตลาดและแหล่งข้อมูลสำหรับลูกค้า ฉลากสินค้าที่มีประสิทธิภาพและถูกต้องควรมีลักษณะดังต่อไปนี้
- ข้อมูลสำคัญครบถ้วน: ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วันผลิต วันหมดอายุ และข้อมูลผู้ผลิตอย่างชัดเจน ทำให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อได้อย่างมีข้อมูลเพียงพอ
- ออกแบบสวยงาม: มีองค์ประกอบกราฟิกที่ดึงดูดความสนใจ ใช้สีและภาพประกอบที่สอดคล้องกับแบรนด์ ช่วยให้สินค้าโดดเด่นบนชั้นวางและสร้างความจดจำ
- อ่านง่าย: ใช้ฟอนต์และขนาดตัวอักษรที่ชัดเจน มีการจัดวางข้อมูลเป็นระเบียบ ทำให้ลูกค้าเข้าใจข้อมูลได้อย่างรวดเร็วโดยไม่สับสน
- การรับรอง อย. ถูกต้อง: แสดงเลขทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเป็นการยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด
- ใช้วัสดุที่เหมาะสม: ใช้วัสดุที่เหมาะสมกับประเภทของผลิตภัณฑ์ เช่น กระดาษกันน้ำสำหรับสินค้าที่ต้องแช่เย็น หรือวัสดุที่ทนต่อแสงแดดสำหรับสินค้าที่วางกลางแจ้ง
- มีโลโก้ได้ชัดเจน: จัดวางโลโก้ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัด ด้วยขนาดที่เหมาะสม เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์และความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์
มาตรฐาน ฉลากสินค้ามีอะไรบ้าง?
ฉลากสินค้าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสื่อสารข้อมูลระหว่างผู้ผลิตและลูกค้า โดยมาตรฐานฉลากสินค้าที่ดีควรมีองค์ประกอบสำคัญตามหลักสากลและข้อกำหนดทางกฎหมาย ดังนี้
- ตราสินค้าและชื่อผลิตภัณฑ์: เป็นองค์ประกอบหลักที่แสดงเอกลักษณ์ของสินค้า ช่วยให้ลูกค้าจดจำและแยกแยะผลิตภัณฑ์ได้ง่าย โดยต้องมีขนาดชัดเจนและตำแหน่งที่มองเห็นได้ทันที
- รายละเอียดสินค้า ภาพประกอบ และขนาดบรรจุ: รายละเอียดผลิตภัณฑ์ คือ ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับคุณสมบัติของสินค้า ควรมีภาพที่สื่อถึงลักษณะผลิตภัณฑ์ และระบุปริมาณหรือขนาดบรรจุอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าเปรียบเทียบได้
- ข้อมูลทางโภชนาการ (สำหรับสินค้าที่เกี่ยวกับอาหาร): แสดงรายละเอียดสารอาหาร พลังงาน ปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ตามมาตรฐานที่กำหนด ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกอาหารตามความต้องการทางโภชนาการ
- เครื่องหมาย อ.ย. และศูนย์ร้องเรียนลูกค้า: แสดงเลขที่การรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมช่องทางติดต่อสำหรับร้องเรียนหรือสอบถามข้อมูล เป็นการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพ
- วันผลิตสินค้าและวันหมดอายุ: ระบุวันเวลาที่ผลิตและวันหมดอายุอย่างชัดเจน ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ลูกค้าทราบระยะเวลาที่สินค้ายังคงคุณภาพและปลอดภัยสำหรับการใช้งาน
- บาร์โค้ดสินค้า: แสดงรหัสสินค้าในรูปแบบแท่งบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการสินค้า การตรวจสอบราคา และการเก็บข้อมูลการขาย
- มีการติดสติกเกอร์วอยด์: ติดสติกเกอร์ที่จะแสดงร่องรอยเมื่อมีการเปิดใช้สินค้า ช่วยให้ลูกค้าทราบว่าสินค้ายังไม่ผ่านการเปิดใช้มาก่อน เป็นการรับประกันความปลอดภัยและความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์
ข้อมูลฉลากสินค้าควรมีอะไรบ้าง?
ฉลากที่ดีและได้มาตรฐานควรประกอบด้วยข้อมูลสำคัญดังต่อไปนี้
- ชื่อตรายี่ห้อของผลิตภัณฑ์: ระบุชื่อแบรนด์และชื่อสินค้าอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าสามารถจดจำและแยกแยะจากสินค้าอื่นในตลาด
- ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์: อธิบายคุณสมบัติและประโยชน์หลักที่ลูกค้าจะได้รับจากการใช้สินค้า ช่วยให้เข้าใจจุดเด่นและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์
- วิธีการใช้ผลิตภัณฑ์: ให้คำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการใช้สินค้าอย่างถูกต้อง เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจากการใช้งาน
- ข้อควรระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์: แจ้งเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหรือสถานการณ์ที่ควรหลีกเลี่ยงในการใช้สินค้า เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า
- ชื่อผู้ผลิต: ระบุชื่อและข้อมูลติดต่อของบริษัทผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์
- วัน เดือน ปีที่ผลิต และวันหมดอายุ: แสดงข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาการผลิตและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้งาน ช่วยให้ลูกค้าทราบถึงความสดใหม่และความปลอดภัยของสินค้า
การออกแบบฉลากที่ครบถ้วนด้วยข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงแค่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์และส่งเสริมการตัดสินใจซื้อที่ชาญฉลาดอีกด้วย